
เมื่อพูดถึงบ้านแล้ว สิ่งที่เราต้องการกันเป็นอันดับแรก ๆ คือ ความมั่นคงในระยะยาวที่จะอาศัยอยู่ในสถานที่นั้น ๆ ด้วยน้ำพักน้ำแรงของเรา ดังนั้นถึงแม้บ้านจะมีราคาสูงเท่าใด หากเราพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ แล้ว ปัจจัยด้านราคาก็จะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสุดที่เราใช้ตัดสินใจ ค่าใช้จ่ายจากการมีบ้านในปีสองปีแรกของการเป็นเจ้าของบ้านก็จะเป็นเงินก้อนใหญ่เลยทีเดียว แล้วเราจะเตรียมตัวอย่างไรดีเพื่อซื้อบ้านเป็นของตัวเอง

สมมุติว่า เรามีรายได้ 20,000 บาทต่อเดือน ต้องการกู้เงิน 30 ปี โดยจ่ายค่าดอกเบี้ย 5% ยอดเงินทั้งหมดที่เราสามารถกู้ได้จะประมาณ 1,814,600 บาท โดยต้องชำระค่างวดประมาณ 13,000 บาทต่อเดือน แต่นี่คือการคำนวณพื้นฐานเท่านั้น เพราะสำหรับใครที่บัตรเครดิต ผ่อนค่ารถ หรือค่าใช้จ่ายรายเดือนสูง ก็อาจจะได้เงินกู้อีกยอดหนึ่ง เงื่อนไขการกู้นี้จะมีรายละเอียดของอายุผู้กู้เช่นกัน คือ ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป และเมื่อรวมกับระยะเวลาที่ชำระเงินแล้ว ต้องไม่เกิน 65 ปี และต้องมีหลักประกันเงินกู้ เช่น ที่ดิน ที่ดินและอาคาร ห้องชุด เป็นต้น เมื่อสำรวจตัวเองถี่ถ้วนแล้ว ก็ต้องหาข้อมูลการปล่อยสินเชื่อของทางธนาคาร

แต่ละธนาคารจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป ของทางธนาคารออมสิน หากเป็นที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ทางธนาคารจะให้กู้ไม่เกิน 85% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ของธนาคาร (กรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ ให้กู้ไม่เกิน 90% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ของธนาคาร) ซึ่งการกู้เช่นนี้จะมีระยะเวลาในการกู้ไม่เกิน 30 ปี แต่ถ้าหากเป็นการกู้เพิ่มเติมเพื่ออุปโภคบริโภค ให้กู้ไม่เกิน 5% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ของธนาคาร (กรณีทำประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ ให้กู้ไม่เกิน 10% ของราคาประเมินหลักทรัพย์ของธนาคารเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันฯ และ/หรือ เพื่ออุปโภคบริโภค) ซึ่งมีระยะเวลาการกู้ไม่เกิน 15 ปี

เนื่องจากวัตถุประสงค์ และกระแสเงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทางธนาคารจึงจัดเตรียมอัตราดอกเบี้ยไว้ 2 แบบ
แบบแรก คือ
แบบที่สอง คือ
ซึ่งหากผู้กู้ต้องการทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ ก็จะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ถึงร้อยละ 0.25 – 0.50 ต่อปี ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด หรือหากเป็นการกู้เพิ่มเติมเพื่ออุปโภคบริโภคฯ ก็อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในอัตราร้อยละ MRR -1.00 ต่อปี

หลัก ๆ เอกสารทีใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการขอกู้ คือ
ผู้ที่สนใจสามารถเช็ครายละเอียดได้ที่นี่