

เริ่มจากจดรายการค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือนออกมาก่อน เพื่อเราจะได้รู้ว่า ในแต่ละเดือนเราต้องใช้เงินไปกับค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ตัวอย่างเช่น..
โดยปกติจะคำนวณเงินสำรองฉุกเฉินจากค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นหลัก โดยเกณฑ์การคำนวณจะแบ่งออกเป็น 2 แนวคิด คือ สำหรับมนุษย์เงินเดือน และสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์
เนื่องจากมนุษย์เงินเดือนนั้นมีรายได้ต่อเดือนที่แน่นอน ทำให้ได้เปรียบในการจัดสรรและบริการจัดการรายได้ที่เข้ามา ซึ่งโดยปกติจะแนะนำให้สำรองเงินฉุกเฉินไว้ที่ประมาณ 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายแต่ละเดือน
![]() |
ตัวอย่าง ปกติมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 70% ของเงินเดือน หากมีเงินเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท แสดงว่ามีค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ 10,500 บาทต่อเดือน ในกรณีนี้ เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอยู่ที่ 31,500 – 63,000 บาท หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น หากต้องออกจากงานกะทันหัน เงินสำรองก้อนนี้จะช่วยเราได้ในช่วงรอเปลี่ยนงานใหม่ลองศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง กลยุทธ์เก็บเงินสไตล์มนุษย์เงินเดือน เพื่อเป็นแนวทางในการออมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น |
ต้องยอมรับว่า มนุษย์ฟรีแลนซ์นั้นมีรายได้ที่ไม่แน่นอนในแต่ละเดือน บางเดือนก็อาจมีคนว่าจ้างมากจนถึงขั้นล้น ทำงาน รับทรัพย์กันไม่ทันก็มี หรือบาง เดือนอาจเงียบหน่อย ไม่ค่อยมีคนว่าจ้าง รายได้ก็จะขึ้น ๆ ลง ๆ ไม่สามารถคาด เดาได้ ดังนั้น อาจจะต้องสำรองเงินฉุกเฉินไว้มากกว่ามนุษย์เงินเดือนอีก ประมาณ 1 เท่าตัวเลยทีเดียว
| ตัวอย่าง ปกติมีค่าใช้จ่ายรายเดือนอยู่ที่ 15,000 บาท ต้องคิดเผื่อสถานการณ์ที่เลว ร้ายที่สุด คือ ไม่มีผู้ว่าจ้างเลยตลอด 6 เดือน – 1 ปี ดังนั้น เราควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอยู่ที่ 90,000 – 180,000 บาท |
![]() |
![]() |
เก็บเงินอย่างไรดี ?การเก็บเงินสำรองฉุกเฉินควรเลือกเก็บในที่ที่มีสภาพคล่องสูง หมายถึงสามารถนำเงินออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว และต้องมีความเสี่ยงต่ำ หากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น จะได้ไม่ขาดทุนเงินต้นหากต้องนำเงินออกมาก่อน เช่น เงินฝากออมทรัพย์กองทุนตราสารหนี้ กองทุนรวมตลาดเงิน เป็นต้น |